คลี่คลายคดีวางยาฆ่า ชาวเวียดนาม ด้วย "ไซยาไนด์" สังเวย 6 ศพ ปมล้างหนี้ 10 ล้านบาท
ตำรวจออกมาเปิดเผยข้อมูล ปมสังหารหมู่ 6 ศพ กลางโรงแรมดังกลางกรุงที่ราชประสงค์ พบมีหนี้ 10 ล้านบาทเคลียร์ไม่จบ จึงวางยา “ไซยาไนด์” สังหาร พบหลักฐานไซยาไนด์ในกระบอกน้ำ แก้วน้ำ 6 แก้วในห้อง 502 อ่านผลข่าวเพิ่มเติม
จากการตรวจสอบไล่เรียงไทม์ไลน์ คลี่คลายคดีวางยาฆ่า 6 ศพ คนที่เสียชีวิตเป็นชาย 3 คน หญิง 3 คน และเดินทางมาคนละวัน และเข้าเช็กอินที่โรงแรมดังกล่าวต่างวันและเวลา พบมีบางคนเดินทางเข้ามาไทยหลายครั้ง กล้องวงจรปิดการมาเช็กอินที่โรงแรมมาด้วยตัวเองและไม่มีคนอื่นแปลกปลอมมาพัก
ภาพกล้องวงจรปิด 15 ก.ค. ยืนยันว่าคนทั้ง 6 คนเข้ามาในห้องพัก 502 โดยไม่มีบุคคลอื่นตามเข้าไปในห้องดังกล่าว และมีการแจ้งว่าพบศพในเวลา 16.30 น.
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่า ตามไทม์ไลน์ผู้เสียชีวิตหมายเลข 4 สั่งอาหารจากทางโรงแรมที่นำส่งตั้งแต่ 11.42 น. วันที่ 15 ก.ค. ได้แก่ ข้าวผัด 5 จาน ต้มยำกุ้ง 4 ผัดผัก 4 ผัดผักบุ้ง 1 จาน และแก้วน้ำชา 6 ใบ และรอบต่อมา หมายเลข 3 โทรสั่งข้าวผัดเพิ่มอีก 1 จาน เป็นจานที่ 6 และนำมาส่งที่ห้อง 502
อีกทั้งยังมีภาพพนักงานโรงแรมเข้ามาส่งอาหาร 13.51 น. เวลาออก 13.57 น. และตอนเข้าไปพบแค่ผู้หญิงหมายเลข 5 เจ้าของห้องหมายเลข 502 เป็นผู้ที่รับอาหาร และเครื่องดื่มคือน้ำชา ตอนที่เข้าไปนำอาหารใส่ถัง และชา แก้ว น้ำร้อนมาวางที่โต๊ะกลม พนักงานบอกว่าจะชงชาให้ แต่ผู้หญิงหมายเลข 5 บอกว่าไม่ต้องทำ
ต่อมาเมื่อเวลา 13.57 น. เมื่อพนักงานโรงแรมส่งอาหารออกมาแล้ว ดังนั้นจึงมีผู้หญิงหมายเลข 5 คนเดียว และปรากฏว่าทั้งหมดมารวมตัวกัน
เบื้องต้นพิสูจน์หลักฐานคลี่คลายคดีวางยาฆ่า พบสารไซยาไนด์ในกระบอกน้ำและแก้วน้ำ ทั้งหมด 6 ใบ ดังนั้น 1 ใน 6 คนจึงเป็นผู้ก่อเหตุ หลังพนักงานเสิรฟถ้วยชา และกระติกน้ำร้อน และเวลาเริ่มต้นเกิดเหตุ 13.57 น.เป็นจุดสตาร์ตที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ โดยใช้สารไซยาไนด์ ในการฆาตกรรม
นอกจากนี้ มีการประสานกับสถานทูตเวียดนาม สหรัฐอเมริกา และมีเอฟบีไอเข้ามาคลี่คลายคดี เพื่อให้เกิดความกระจ่าง ส่วนสาเหตุการใช้ไซยาไนด์ เกิดจากปมตายหนี้ 10 ล้านบาท และมีการทวงถามมาตลอด พร้อมนัดหมายเพื่อไปเคลียร์ที่ที่ญี่ปุ่น แต่วีซาไม่ผ่านจึงนัดมาคุยกันที่ไทย และเกิดเหตุครั้งนี้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ให้สัมภาษณ์ว่า วานนี้ทางตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ร่วมกับพนักงานสอบสวน ตรวจสถานที่เกิดเหตุ โดยเก็บวัตถุพยานไปพิสูจน์ทั้งแก้วกาแฟ ของเหลวในกระติกชา ขวดน้ำ กระบุกชา น้ำผึ้ง ส่วนการเก็บสารพันธุกรรม และลายนิ้วมือแฝงได้เก็บข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน
เบื้องต้นได้ตรวจเชิงคุณภาพพบเป็น “สารไซยาไนด์” อยู่ในของเหลวในกาน้ำชา คราบในแก้วกาแฟทั้ง 6 ถ้วย และการเก็บตัวอย่างเลือดของชายเสียชีวิตที่นั่งพิงกำแพงอยู่ พบว่าเลือดมีส่วนผสมของไซยาไนด์เช่นเดียวกัน
พล.ต.ต.นพศิลป์ เผยว่า กระเป๋าเดินทางทั้ง 8 ใบ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่ในกระเป๋าของเบอร์ 5 พบเอกสารการฟ้องร้องที่ดินตั้งแต่ปี 2565 โดยจะให้ล่ามแปลเพื่อนำข้อมูลเข้าสำนวนต่อไป โดยประสาน ตม.และสถานทูตเวียดนาม ตรวจสอบรายละเอียดว่าทำธุรกิจอะไรบ้าง
ส่วนญาติของสามีภรรยา เผยว่าทั้งคู่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรับทำถนนที่ประเทศเวียดนาม ส่วนธุรกิจที่อ้างว่าจะมีการลงทุนคือสร้างโรงพยาบาลในญี่ปุ่น แต่ความเคลื่อนไหวการดำเนินการจากเบอร์ 5 และเบอร์ 2 โดยต้องสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม
พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวเสริมว่า เบอร์ 4 เชื้อชาติเวียดนามสัญชาติอเมริกัน เข้ามาวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา การจองห้องพักเป็นเบอร์ 5 แต่เบอร์ 4 ใช้บัตรเครดิตตนเองรูดค้ำประกันจองห้องพัก อายุใกล้เคียงกัน และมีสัญชาติอเมริกัน เบื้องต้นพบความสัมพันธ์เพียงเท่านี้ และได้ติดต่อประสานสถานทูตสหรัฐฯ ตรวจสอบปูมหลังทั้ง 2 คน