กิลแยร์เม บิสโซลี มีชื่อทำ 2 ประตูให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ ชลบุรี เอฟซี ที่เหลือ 10 คน ตั้งแต่ยังไม่ถึงนาทีแรก พร้อมกับนำจ่าฝูงไทย ลีก แบบหายห่วง
ฟุตบอลไทยลีก BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2025-2026 “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า และจ่าฝูง เปิดช้าง อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 9 อ่านผลข่าวเพิ่มเติม
มาร์ค แจ็คสัน เฮดโค้ชชาวอังกฤษ เกมนี้ไม่มี ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่มีอาการบาดเจ็บ ด้าน “โค้ชอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค มี ยศกร บูรพา ที่เพิ่งถูกเรียกกลับไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกครั้ง ยืนเป็นกลางรุก โดยสถิติการพบกัน 5 หลังสุดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 1 และแพ้ 1
เริ่มเกมครึ่งแรกผ่านไปไม่ถึง 2 นาที แซนดี้ วอลช์ แนวรับของ บุรีรัมย์ ไปโดน เคเว่น อินาซิโอ ศอกใส่ลงไปนอน หลังจากนั้นมีการเช็ก VAR ใบแดง ซึ่งก็เป็น เคเว่น ที่ฟาวล์หนักโดนใบแดงไล่ออก ในนาทีที่ 4 ชลบุรี มาเหลือ 10 คนอย่างรวดเร็ว และถือเป็นใบแดงเร็วสุดของฤดูกาลนี้
เกมยังผ่านไปไม่ถึง 5 นาที มีเช็ค VAR และใบแดงไปแล้ว โดยที่เป็น เคเว่น อินาซิโอ แข้งของ ชลบุรี ที่ได้รับไป หลังมีจังหวะศอกใส่ แซนดี้ วอลช์ แนวรับของ บุรีรัมย์
นาทีที่ 12 โกรัน เคาซิช โหม่งตั้งไปให้ เคนเน็ต ดูกอล ได้โหม่งจ่อๆ แต่น้ำหนักเบาไปเข้ามือ เควิน เมนโดซ่า นาทีที่ 16 บุรีรัมย์ ที่กดใส่ต่อเนื่องหลังมีผู้เล่นมากกว่า ก็มาได้ประตูนำ 1-0 จากจังหวะที่ ศศลักษณ์ ไหประโคน กิลแยร์เม บิสโซลี โหม่งย้อนบอลเสียบใต้คานเข้าไป และถือเป็นประตูที่ 20 ในเกมลีกของดาวเตะชาวบราซิเลี่ยน
เกมผ่านครึ่งชั่วโมง แม้ บุรีรัมย์ จะตัวมากกว่า แต่ก็ยังเจาะประตูเพิ่มไม่ได้ ขณะที่ ชลบุรี ก็พยายามหาจังหวะสวนกลับ
นาทีที่ 33 กิลแยร์เม บิสโซลี มาทำประตูที่ 2 ให้ตัวเอง และทำให้บุรีรัมย์ ขยับนำ 2-0 หลังได้บอลจาก นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่เปิดมาให้จากทางขวาก่อนกระโดดตีลังกายิงย้อนไปเสาแรกเข้าไป
ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+3 รูเบน ซานเชซ มาทำชิ่งกับ กิลแยร์เม บิสโซลี ก่อนยิงเข้าไป ลูกนี้มีการเช็ก VAR เกิดขึ้่นว่า ซานเชซ ล้ำหน้าหรือไม่แต่สุดท้ายผู้ตัดสินให้เป็นประตู จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ นำ 3-0
กลับมาครึ่งหลัง กิลแยร์เม บิสโซลี ตบคัทแบ็กไปให้ แซนดี้ วอลช์ ยิงด้วยขวาเข้าไป แต่ VAR มาเช็กว่า ลูกที่ บิสโซลี่ จ่ายมาให้นั้นออกหลังหรือยังปรากฎว่าลูกยังไม่ออก ทำให้ บุรีรัมย์ ได้ประตูนำ 4-0 ในนาทีที่ 48
นาทีที่ 62 รูเบน ซานเชซ เข้าชาร์จ แต่ เควิน เมนโดซ่า ยังเซฟไว้ได้ก่อนที่ กีเก้ ลินาเรส สกัดเอาไว้ในจังหวะต่อมา
เกมผ่าน 75 นาที บุรีรัมย์ ครองบอลได้มากกว่าถึง 70 % โดย ชลบุรี เรียกว่าไม่มีโอกาสโต้เลย
นาที 84 ศุภชัย ใจเด็ด ที่ลงมาเป็นตัวสำรองเกือบทำประตูที่ 5 แต่ยิงหลุดเสาสองออกไป
นาทีที่ 89 จากจังหวะสวนกลับของชลบุรี เกือบได้ประตูตีไข่แตก แต่ ชาญณรงค์ ศรีพรมแก้ว ยิงด้วยซ้ายถูก นีล เอเธอริดจ์ ปัดทิ้งออกไปได้
นาที 90+3 บุรีรัมย์ มาได้ประตูเพิ่มจาก ศุภชัย ใจเด็ด ตามซ้ำลูกยิงที่ ธนกฤต โชติเมืองปัก ยิงไปชนเสาเข้าไป จบเกม บุรีรัมย์ คว้าชัยชนะไป 5-0
ทำให้จบเกมนี้ บุรีรัมย์ ลงเล่นไป 23 นัดมีเพิ่มเป็น 59 แต้ม นำหน้า การท่าเรือ อันดับ 2 อยู่ห่างถึง 16 แต้ม ส่วน ชลบุรี เตะไป 24 นัด อยู่อันดับ 10 มี 28 แต้มเท่าเดิม
ผู้เล่น 11 คนแรกของทั้งสองทีม
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : นีล เอเธอริดจ์ – แซนดี้ วอลช์ , ชินภัทร์ ลีเอาะ, เคนเน็ต ดูกอล, ศศลักษณ์ ไหประโคน – โกรัน เคาซิช, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล – นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, โรเบิร์ต ซูลจ์, รูเบน ซานเชซ – กิลแยร์เม บิสโซลี
ชลบุรี เอฟซี (4-5-1) : เควิน เมนโดซ่า – สันติภาพ จันทร์หง่อม, กีเก้ ลินาเรส, ณัฐพงษ์ สายริยา, เจฟเฟอร์สัน ทาสบินาส – ชาญณรงค์ ศรีพรมแก้ว, ริชมอนด์ ดาร์โก้, ยศกร บูรพา, เคเว่น อินาซิโอ, อูเคอร์ ฟาน ลิงเก้น – โจนาธาน โบลินกิ
เครดิต pptvhd36

