ปอ ตนุภัทร ขอจบดราม่า ร่ายยาวจับตาดูเด็ก 4 คนนี้ให้ดี

ปอ ตนุภัทร

ปอ ตนุภัทร ขอจบดราม่า ร่ายยาวจับตาดูเด็ก 4 คนนี้ให้ดี

ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับดราม่าการแข่งขันโกคาร์ท SKT สนามที่ 3 ซึ่งก่อนหน้านี้มีการพูดถึงเรื่องกติกาและผลการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ปอ ตนุภัทร ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมประกาศขอจบประเด็นดราม่าไว้ตรงนี้ ก่อนชวนทุกคนหันมาโฟกัสสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคืออนาคตของนักแข่งรุ่นจิ๋วอ่านผลข่าวเพิ่มเติม 

โดย ปอ ตนุภัทร ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่าอยากให้ทุกคนจับตาดูเด็ก 4 คนนี้ให้ดี เพราะแต่ละคนมีความสามารถและจุดเด่นที่แตกต่างกัน เริ่มจาก น้องพายุ เบอร์ 69 ที่มีทักษะการขับขี่โดดเด่น ตัดสินใจเฉียบคมและอ่านเกมได้ดี ต่อด้วย น้องแมคลาเรน เบอร์ 99 ที่เต็มไปด้วยความพยายาม ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ด้วยรอยยิ้ม

ปอ ตนุภัทร

ขณะที่ น้องพิกเล็ต เบอร์ 95 นักแข่งหญิงตัวน้อยวัยเพียง 6 ขวบ ซึ่งมีอายุน้อยที่สุดในรายการ ก็มีหัวใจนักสู้เกินวัย แม้ตัวจะเล็กแต่ความมุ่งมั่นเต็มร้อย แถมยังเป็นแชมป์ประจำปีอีกด้วย ส่วน น้องปอร์เช่ เบอร์ 88 ก็มีสไตล์การขับที่สุขุม ใจเย็น เลือกจังหวะแซงได้ดี และมีพัฒนาการที่น่าจับตามอง โดยเริ่มก้าวไปสู่การแข่งขันในต่างประเทศแล้ว

ปอ ยังเผยความเชื่อมั่นว่า เด็ก ๆ กลุ่มนี้มีอนาคตอีกไกล และอาจเติบโตขึ้นเป็นนักแข่งที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้ในวันข้างหน้า แม้จะยังตอบไม่ได้ว่าจะไปได้ไกลถึงระดับ Formula หรือไม่ เพราะเส้นทางมอเตอร์สปอร์ตมีต้นทุนสูงและต้องอาศัยโอกาสอีกหลายด้าน แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเด็กทุกคนมีความสามารถ ความตั้งใจ และหัวใจของนักแข่งอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ปอ ยังมองว่า แม้วันนี้เด็ก ๆ จะเป็นคู่แข่งกันในสนาม แต่ในอนาคตพวกเขาอาจกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยกันสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย พร้อมย้ำว่าในฐานะพ่อคนหนึ่งและคนที่อยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตมานาน สิ่งที่อยากเห็นคือเด็กทุกคนได้รับโอกาสที่ดี เติบโตไปด้วยกัน และยังคงรักกีฬานี้เหมือนวันแรกที่เริ่มต้น

ปอ ตนุภัทร

ท้ายที่สุด ปอ ได้ฝากข้อความถึงทุกคนว่า ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรช่วยกันรักษาไว้คือความฝันของเด็ก ๆ พร้อมเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตไปร่วมเชียร์นักแข่งรุ่นจิ๋วในการแข่งขันที่สนามพีระ เซอร์กิต ตามวันและเวลาที่ระบุไว้ในโพสต์

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งข้อความที่เปลี่ยนจากประเด็นความขัดแย้ง มาสู่การพูดถึงศักยภาพและอนาคตของนักแข่งเยาวชน ซึ่งทั้ง 4 คนต่างมีเส้นทางให้พิสูจน์ฝีมือกันต่อไป และคงต้องจับตาดูกันยาว ๆ ว่าใครจะก้าวขึ้นไปสร้างชื่อเสียงให้วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยได้ในอนาคต

ปอ ตนุภัทร

เครดิต sanook.com