ภาษีของทรัมป์ นำสินค้านำเข้าสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะส่งผลต่อราคาของ iPhone 17 แต่โอกาสที่จะได้เห็น iPhone ที่มีป้ายบอกว่า ออกแบบในแคลิฟอร์เนีย
ประกอบในสหรัฐอเมริกา หรือ designed in California, assembled in the US ไม่น่าเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ อ่านผลข่าวเพิ่มเติม
เว็บไซต์เดอะ เวิร์จ รายงานข่าวเกี่ยวกับการขึ้นภาษีของทรัมป์ว่ามีโอกาสไม่น้อยที่จะส่งผลกระทบต่อการมาของ iPhone รุ่นใหม่
เดอะ เวิร์จ รายงานว่า ตลาดสมาร์ทโฟนในสหรัฐฯ มีความซับซ้อนไม่น้อย ผู้คนส่วนใหญ่ซื้อ iPhone ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันไป เช่น การซื้อในรูปแบบผ่อนชำระ การซื้อผ่านการรับข้อเสนอแลกกับเครื่องเก่า และส่วนลดจากผู้ให้บริการเครือข่าย
ดังนั้นแล้วการตอบคำถามว่า โทรศัพท์เครื่องนี้ราคาเท่าไหร่ ต้องอาศัยการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน และสถานการณ์กำลังจะซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 34 เปอร์เซ็นต์ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่จะมีกำหนดบังคับใช้ในวันที่ 9 เมษายนนี้
คำถามสำคัญคือ แอปเปิลจะผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของ iPhone ไปยังผู้ซื้อโดยตรงหรือไม่ ซึ่งจากการคาดการณ์ดูเหมือนจะมีโอกาสที่จะเป็นแบบนั้น ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมหุ้นของแอปเปิลถึงร่วงลงเกือบ 10 เปอร์เซ็นต์นับเป็นการปรับตัวลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบประมาณห้าปี
อย่างไรก็ตาม Gerrit Schneemann นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Counterpoint Research ไม่เชื่อว่าจะได้เห็นการปรับขึ้นราคา iPhone ในทันที
นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Counterpoint Research ให้ความเห็นว่า อัตรากำไรของแอปเปิล ซึ่งในอดีตอยู่ที่ประมาณ 38 เปอร์เซ็นต์ ทำให้บริษัทมีช่องว่างพอที่จะดูดซับต้นทุนจากภาษีได้อย่างน้อยก็ในระยะสั้น แต่ถ้าหากภาษีนี้ยังคงอยู่ ก็อาจได้เห็นการขึ้นราคาพร้อมกับ iPhone 17 ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนนี้
พร้อมกันนี้ ถ้าหากเป้าหมายของภาษีเหล่านี้คือการกดดันให้แอปเปิล เริ่มผลิต iPhone ในสหรัฐอเมริกา เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้เช่นกัน และแอปเปิลจะต้องเผชิญกับความท้าทายมหาศาลหากจะทำเช่นนั้น
ในเวลานี้ แอปเปิลมีการผลิตบางส่วนในสหรัฐฯ แต่จำกัดอยู่แค่การผลิตในปริมาณน้อย iPhone และเครือข่ายซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนเฉพาะทางนั้นเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าแอปเปิลจะสามารถสร้างห่วงโซ่อุปทาน จ้างแรงงาน และตั้งโรงงานผลิต iPhone ในสหรัฐฯ ได้สำเร็จ แต่ต้นทุนก็อาจสูงมากๆ ซึ่งอาจสูงกว่าผลกระทบจากภาษีเสียอีก
นอกจากนี้ ภาษีดังกล่าวยังออกมาในรูปแบบคำสั่งฝ่ายบริหาร ไม่ได้ผ่านสภาคองเกรส ซึ่งหมายความว่าประธานาธิบดีคนใหม่ในอีกสี่ปีข้างหน้าอาจเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ได้
ดังนั้น แอปเปิลจะยังคงผลิต iPhone ในต่างประเทศต่อไป และหาทางรับมือกับภาษีที่เพิ่มขึ้นในการนำเข้าสินค้ามายังสหรัฐฯ และหากแอปเปิลตัดสินใจขึ้นราคา iPhone 17 จริงๆ การซื้อที่คุ้นเคยทั้งรูปแบบของส่วนลด หรือเงินอุดหนุน (Subsidies) จากผู้ให้บริการเครือข่าย ก็อาจช่วยบรรเทาผลกระทบผ่านค่าบริการรายเดือนที่สูงขึ้นเล็กน้อยได้
เครดิต thairath.co.th