นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปมทรัมป์พักโทษแบนบาโลกุน ลุยปี 2026

นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปม

สหพันธ์ฟุตบอลนอร์เวย์ เตรียมยื่นเรื่องจริยธรรม นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปมทรัมป์พักโทษแบนบาโลกุน หลังประธานาธิบดีสหรัฐสายตรงช่วยดาวยิงรอดโทษใบแดง

สมาคมฟุตบอลนอร์เวย์เปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการจริยธรรมของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือฟีฟ่า จากกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ต่อสายตรงหาประธานฟีฟ่า เพื่อขอให้ทบทวนการลงโทษใบแดงของ โฟลาริน บาโลกุน กองหน้าทีมชาติสหรัฐอเมริกา อ่านผลข่าวเพิ่มเติม

นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปม

ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นข้อถกเถียงอย่างหนักไปทั่วโลก โดยการเคลื่อนไหวล่าสุดกรณี นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปมทรัมป์พักโทษแบนบาโลกุน เกิดขึ้นหลังจากดาวยิงวัย 25 ปี ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมที่สหรัฐอเมริกาเอาชนะบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2-0 ซึ่งตามกฎระเบียบปกติแล้ว เขาจะต้องโดนลงโทษห้ามแข่งทันทีในนัดถัดไป

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่ากลับตัดสินใจชะลอการลงโทษห้ามแข่งของบาโลกุนออกไปเป็นเวลา 12 เดือน เปิดโอกาสให้เขาสามารถลงสนามช่วยทีมชาติสหรัฐอเมริกาในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับเบลเยียมได้ การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นทันทีหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมายอมรับต่อสื่อว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยกับจันนี อินฟันตีโน ประธานฟีฟ่าจริง

ลิเซ คลาเวเนส ประธานสมาคมฟุตบอลนอร์เวย์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์นี้อย่างตรงไปตรงมา โดยระบุว่าองค์กรลูกหนังโลกต้องมีความกล้าหาญที่จะยอมรับความผิดพลาด และการบิดเบือนกฎเกณฑ์เพื่อตอบสนองต่อนักการเมืองหรือผู้นำระดับประเทศ ถือเป็นการทำลายรากฐานความน่าเชื่อถือและความยุติธรรมของวงการฟุตบอลอย่างร้ายแรง

คลาเวเนสยืนยันว่า บอร์ดบริหารของสมาคมฟุตบอลนอร์เวย์จะประชุมร่วมกันในวันที่ 6 สิงหาคมนี้ เพื่อลงมติอย่างเป็นทางการในการยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการจริยธรรมของฟีฟ่า รวมถึงการประสานงานกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือไอโอซี เนื่องจากประธานฟีฟ่าก็ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกไอโอซี ซึ่งมีข้อบังคับเรื่องความเป็นกลาง

นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปม

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นอร์เวย์ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของฟีฟ่า เพราะก่อนหน้านี้ นอร์เวย์เคยร่วมมือกับองค์การ NGO ด้านสิทธิมนุษยชน ยื่นร้องเรียนฟีฟ่ามาแล้ว จากกรณีการมอบรางวัลสันติภาพฟีฟ่า ให้แก่ โดนัลด์ ทรัมป์ ในช่วงการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งถูกมองว่าเป็นการฝ่าฝืนความเป็นกลางทางการเมือง

แม้ว่าในท้ายที่สุด ทีมชาติสหรัฐอเมริกาจะพ่ายแพ้ให้กับเบลเยียม 1-4 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และตกรอบไป แต่กระแสการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแทรกแซงทางการเมืองยังคงไม่เงียบหาย แฟนบอลและผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกต่างมองว่าเรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานที่อันตราย หากปล่อยให้มีผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้ามาสั่งการหรือกดดันองค์กรผู้ตัดสิน

ทางด้านสหพันธ์ฟุตบอลเบลเยียมเอง ก็ได้ออกมาระบุถึงความประหลาดใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของฟีฟ่าในการยกเลิกโทษแบน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีกระบวนการตรวจสอบที่โปร่งใส ขณะที่สตาเล โซลบัคเคน ผู้จัดการทีมชาตินอร์เวย์ ได้ให้ความเห็นว่าการตัดสินใจชะลอโทษแบนครั้งนี้เป็นการกระทำที่ย่ำแย่และลดทอนคุณค่าของทัวร์นาเมนต์

ในส่วนของฟีฟ่าและประธาน จันนี อินฟันตีโน ยังไม่ได้มีการแถลงการณ์ชี้แจงรายละเอียดทางกฎหมายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ช่องทางพิเศษในการพักโทษแบนในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าแรงกดดันจากสมาคมฟุตบอลนอร์เวย์และชาติต่างๆ จะทำให้ฟีฟ่าต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ เพื่อปกป้องภาพลักษณ์ขององค์กร

การยื่นเรื่องร้องเรียนของนอร์เวย์ในครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้เพื่อความถูกต้องและจริยธรรมในวงการฟุตบอลระดับโลก โดยหลายฝ่ายกำลังจับตามองว่าฟีฟ่าจะดำเนินการอย่างไรกับกรณีนี้ และจะสามารถกอบกู้ความเชื่อมั่นจากแฟนบอลและสมาคมสมาชิกทั่วโลกกลับคืนมาได้หรือไม่ในอนาคต

นอร์เวย์ร้องฟีฟ่าปม

เครดิต: pptvhd36