สรุป ผลบอล ลิเวอร์พูล ล่าสุดเปิดบ้านเจ๊าเชลซี 1-1 กราเฟนแบร์คยิงนำก่อนโดนคืน สิงห์บลูส์หยุดสถิติแพ้รวดสำเร็จก่อนลุยศึกนัดชิงเอฟเอคัพต่อ
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ประจำคืนวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 เป็นการโคจรมาพบกันของสองทีมยักษ์ใหญ่ระหว่างเจ้าบ้าน หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ที่กำลังต้องการจุดเปลี่ยนสำคัญ อ่านผลข่าวเพิ่มเติม
การแข่งขันในนัดนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของทั้งสองทีม โดยทางฝั่งเจ้าบ้านต้องการแต้มเพื่อรักษาอันดับในตาราง ขณะที่ทีมเยือนหวังหยุดสถิติเลวร้าย ซึ่งสุดท้ายจบลงด้วย ผลบอล ลิเวอร์พูล เสมอกับเชลซีไปอย่างสุดมันด้วยสกอร์ 1 1 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนนในค่ำคืนนี้
เริ่มเกมได้เพียง 6 นาที แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นเมื่อ ริโอ เอ็นกูโมฮา ตัวรุกดาวรุ่งไหลบอลให้ ไรอัน กราเฟนแบร์ค ตะบันด้วยขวาจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างเฉียบคมให้ลิเวอร์พูลออกนำ 1-0 และถือเป็นประตูที่สร้างความมั่นใจให้กับทีมชุดสายเลือดใหม่
อย่างไรก็ตาม เชลซีไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พยายามตั้งเกมบุกสู้จนมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 35 จากจังหวะฟรีคิกที่ เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ เปิดบอลกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปในเขตโทษ บอลไม่โดนผู้เล่นคนไหนก่อนจะกระดอนพุ่งเสียบเสาไกลเข้าประตูไป ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1
เข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง ทั้งสองทีมมีการปรับทัพเพื่อหวังประตูชัย โดยเชลซีเกือบได้เฮจากลูกยิงของ โคล พาลเมอร์ แต่ถูกวีเออาร์ริบคืนเนื่องจากมีการล้ำหน้าไปก่อน ขณะที่ลิเวอร์พูลมีโอกาสจากลูกยิงไกลของ โดมินิค โซโบซไล แต่ยังติดเซฟนายทวารทีมเยือนที่ช่วยทีมไว้ได้หวุดหวิด
จบเกมการแข่งขันแบ่งแต้มกันไปอย่างสนุก ผลเสมอในนัดนี้ทำให้เชลซีหยุดสถิติแพ้รวดไว้ที่ 6 นัดได้สำเร็จ เพิ่มขวัญกำลังใจก่อนไปลุยเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอคัพกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่วนลิเวอร์พูลยังคงต้องลุ้นเหนื่อยในการรักษาพื้นที่หัวตารางในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
ผู้เล่น 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ – เคอร์ติส โจนส์, อิบราฮิมา โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค, มิลอส เคอร์เคซ – ไรอัน กราเฟนแบร์ก, อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ – เจเรมี่ ฟริมปง, โดมินิก โซบอสซ์ไล, ริโอ เอ็นกูโมฮา – โคดี้ กัคโป
เชลซี (4-2-3-1) : ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น – มาโล กุสโต้, เวสลี่ย์ โฟฟาน่า, ลีวาย โคลวิลล์, มาร์ก กูกูเรย่า – อันเดรย์ ซานโต๊ส, มอยเซส ไกเซโด้ – โคล พาลเมอร์, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, เปโดร เนโต้ – ชูเอา เปโดร
เครดิต: pptvhd36

