แอชลี่ย์ ยัง แขวนสตั๊ด ปิดตำนานเส้นทางค้าแข้งกว่า 23 ปี หลังผ่านประสบการณ์กับทีมดังอย่างแมนยูและอินเตอร์มิลาน พร้อมสรุปเกียรติยศทั้งหมดที่นี่
วงการฟุตบอลอังกฤษต้องร่วมส่งใจอำลายอดดาวเตะสารพัดประโยชน์ หลังจากมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าปีกความเร็วสูงที่ผันตัวไปเป็นแบ็กระดับโลกได้ตัดสินใจยุติบทบาทนักโปรตุเกสอาชีพอย่างเป็นทางการแล้ว ท่ามกลางคำชื่นชมจากเพื่อนร่วมอาชีพและแฟนบอลทั่วโลก อ่านผลข่าวเพิ่มเติม
การประกาศว่า แอชลี่ย์ ยัง แขวนสตั๊ด ครั้งนี้ถือเป็นการปิดฉากเส้นทางอันยาวนานที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2003 โดยเจ้าตัวได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมจนสามารถยืนหยัดอยู่ในลีกสูงสุดของโลกได้จนถึงวัย 40 ปีบริบูรณ์
เส้นทางของเขาเริ่มต้นอย่างโดดเด่นกับวัตฟอร์ดก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อกับแอสตัน วิลล่า ซึ่งที่นั่นเขาพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในปีกที่อันตรายที่สุดของพรีเมียร์ลีก ด้วยความเร็วและการเปิดบอลที่แม่นยำ ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของทีมยักษ์ใหญ่ในเวลาต่อมา
ความสำเร็จสูงสุดเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจย้ายสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในปี 2011 ตลอดระยะเวลา 9 ฤดูกาลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และยูโรปา ลีก มาครอบครอง พร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีมด้วยความภาคภูมิใจ
นอกจากความสำเร็จในอังกฤษ เขายังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักเตะอังกฤษเพียงไม่กี่คนที่ไปคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา กับอินเตอร์ มิลาน ได้สำเร็จ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถของเขานั้นปรับตัวเข้ากับแท็กติกฟุตบอลได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะอยู่ในลีกใดก็ตาม
ในระดับทีมชาติ แอชลี่ย์ ยัง รับใช้ทีมสิงโตคำรามไปทั้งหมด 39 นัด และเป็นกำลังสำคัญในชุดคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2018 ความทุ่มเทของเขาในสนามมักจะได้รับการยอมรับเสมอ โดยเฉพาะเรื่องระเบียบวินัยและการดูแลร่างกายที่ยอดเยี่ยมจนทำให้เล่นได้ยาวนานขนาดนี้
เจ้าตัวได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า ตลอด 23 ปีที่ผ่านมาคือความฝันที่เป็นจริง การได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลและคว้าแชมป์กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่คือเกียรติสูงสุด และจากนี้ไปเขาพร้อมที่จะเริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิตนอกสนามหญ้าที่เขารัก
สำหรับการวางแผนในอนาคต มีรายงานว่าเขาอาจจะเบนเข็มไปสู่งานสายบริหารหรือการเป็นผู้ฝึกสอน เนื่องจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานจะช่วยพัฒนาเยาวชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี ท่ามกลางข้อเสนอจากหลายสโมสรที่พร้อมอ้าแขนรับเขาร่วมทีมสตาฟฟ์
แฟนบอลทั่วโลกต่างร่วมติดแฮชแท็กขอบคุณและอวยพรให้เขาโชคดีกับก้าวต่อไป การจากไปของเขาในฐานะนักเตะคือการสูญเสียบุคลากรคุณภาพในสนาม แต่เชื่อว่าชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้ในฐานะหนึ่งในนักเตะที่มีวินัยสูงที่สุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก
เครดิต: pptvhd36

