โดมินิก โซลันกี้ สวมบทฮีโร่โหม่งประตูตีเสมอนาทีบาป ช่วยสเปอร์สที่เหลือผู้เล่น 10 คน บุกแชร์แต้มแมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ขยับพ้นอันดับบ๊วย
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมตช์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด จบลงด้วยดราม่าสุดเข้มข้นหลังจากทีมเยือนที่ตกเป็นรองทั้งสกอร์และจำนวนผู้เล่นสามารถฮึดสู้อย่างน่าเหลือเชื่อ อ่านผลข่าวเพิ่มเติม
การแข่งขันนัดนี้ โดมินิก โซลันกี้ กองหน้าตัวเก่งของสเปอร์ส กลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นและช่วยเซฟแต้มสำคัญให้กับทีมได้สำเร็จ
เกมเริ่มต้นด้วยความอึดอัด ทั้งสองฝั่งเปิดหน้าแลกกันอย่างระมัดระวัง แม้ทีมเยือนจะสร้างโอกาสจบสกอร์ได้น่ากลัวหลายครั้งในครึ่งแรก แต่ยังไม่สามารถเจาะผ่านมือผู้รักษาประตูเจ้าบ้านได้
เข้าสู่ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พยายามเร่งเกมบุกหนักขึ้น จนกระทั่งมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 73 จากการยิงอย่างเฉียบขาดของ ไบรอัน อึมเบอโม
สถานการณ์ของทีมเยือนยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อ โรดริโก้ เบนทันกูร์ มาถูกผู้ตัดสินชูใบแดงไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 78 ทำให้คลับไก่ต้องเหลือผู้เล่นเพียงสิบคนในสนาม
แม้จะเสียเปรียบทุกทาง แต่ผู้เล่นสเปอร์สก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามดันเกมขึ้นหน้าสู้จนมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 90+2 จากลูกโหม่งของดาวยิงตัวเก่ง
จบเกมการแข่งขัน ทั้งสองทีมแบ่งกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ทำให้คลับไก่เก็บเพิ่มเป็น 3 คะแนน ขยับอันดับหลุดพ้นจากตำแหน่งบ๊วยขึ้นมาอยู่อันดับที่ 18 ได้สำเร็จ
ผลเสมอในนัดนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้สเปอร์สเป็นอย่างมาก ในขณะที่ฝั่งเจ้าบ้านยังต้องเจอปัญหาวิกฤตฟอร์มการเล่นหลังชนะได้เพียงนัดเดียวจากการลงสนามห้านัดแรก
สถิติหลังจบเกมชี้ให้เห็นถึงความใจสู้ของทีมเยือนที่สามารถทวงประตูคืนได้แม้เหลือผู้เล่นน้อยกว่า ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลุยศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
แฟนบอลของทั้งสองทีมต่างร่วมลุ้นตลอดเก้าสิบนาที และการทำประตูท้ายเกมครั้งนี้จะถูกกล่าวขวัญถึงในฐานะหนึ่งในแมตช์ดราม่าประจำสัปดาห์อย่างแน่นอน
เครดิต : pptvhd36
